วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ใช้รถเก็บเกี่ยวถั่วแระญี่ปุ่น

ปลูกถั่วให้เป็นทอง หนุ่มชาวไร่ไต้หวันฟื้นส่งออกถั่วแระญี่ปุ่น
ปลูกถั่วให้เป็นทอง หนุ่มชาวไร่ไต้หวันฟื้นส่งออกถั่วแระญี่ปุ่น
หนุ่มชาวไร่วัย 38 ปี Hou Chau-Pai ทำงานราวกับตัวตุ่น เขาใช้มือขุดดินเพื่อตรวจให้แน่ใจว่า เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นที่ใช้เครื่องจักรฝังลงดิน จะมีระยะลึกกำลัง ไม่ลึกเกินไปจนต้นถั่วอ่อนแทงยอดไม่ได้ ไม่ตื่นไปจนโดนแดดเผาจนแห้งตาย ในทุกวันนี้ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) กลายเป็นพืชผลทำเงินชนิดล่าสุดของเกาะไต้หวัน จนได้รับฉายา “ทองคำสีเขียว”


Hou เอาใจใส่ดูแต่จนทำให้ผลผลิตของเขามีราคาสูงกว่าตลาดร้อยละ 10-20 บนพื้นที่เพาะปลูกของเขาทางตอนใต้ของเกาะราว 1,560 ไร่ แถมยังรับซื้อผลผลิตจากชาวไร่รายอื่นๆ ในระบบเกษตรพันธะสัญญาด้วย หลังจากสืบทอดกิจการพ่อค้าสินค้าเกษตรคนกลางจากบิดาที่ล่วงลับ เขาต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนตัดสินใจลงมือเพาะปลูกเสียเอง แต่ก็หนีไม่พ้นปัญหามากมายจนเก็บจะโบกมือลา แต่กลับเกิดกำลังใจอีกครั้งหลังจากเดินทางไปฝรั่งเศสในปี 2003 จนได้รู้จักกับเกษตรกรรมแม่นยำสูง (precision farming) โดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย


ตระกูลของเขาจึงอยู่แถวหน้าของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความได้เปรียบของต้นทุนต่อหน่วยบนเนื้อ 15,625 ไร่ ที่เป็นเขตส่งออกพิเศษสำหรับถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งให้ผลผลิตถึงร้อยละ 70 ของทั้งเกาะไต้หวัน และเมื่อนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า จะสามารถทำรายได้จากการส่งออกถึง 72 ล้านเหรียญ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ไต้หวันกลับมาเป็นแชมป์ส่งออกถั่วแระไปญี่ปุ่นอีกครั้ง มีส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 40  หลังจากถูกจีนแซงหน้าไปเป็นสิบปีในช่วง 1996-2006 โดยเฉพาะช่วงปี 2001 นั้น เป็นปีที่เลวร้ายที่สุด
Chou Kuo-Lung นักพืชศาสตร์ประจำสถานีวิจัยเกษตร Kaoshi-ung District กล่าวว่า ในตอนนั้นมีคนบอกว่าอุตสาหกรรมผลิตถั่วแระญี่ปุ่นของไต้หวัน คงจะอยู่ได้แค่ไม่เกินห้าปี แต่เขาไม่ยอมเชื่อเช่นนั้น และได้พาผู้นำเกษตรกรเดินทางข้ามไปดูงานเพาะปลูกชายฝั่งของประเทศจีน จนทำให้ได้แนวคิดในการฟื้นคืนชีพการผลิตถั่วแระ ทั้งการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักร ควบคุมยากำจัดศัตรูพืชอย่างเข้มงวด พร้อมกับพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ 
 
ด้วยแนวทางใหม่ที่คิดค้นขึ้น และด้วยกำลังสนับสนุนจากเกษตรกรรุ่นหนุ่ม 17 คน ซึ่งในวันนี้ทุกคนยังอายุต่ำกว่า 45 ปี ทำให้การเพาะปลูกและแปรรูปถั่วแระญี่ปุ่นของไต้หวันกลับมาคึกคักอีกครั้ง จน Chou ได้รับสมญาว่าเจ้าพ่อถั่วแระญี่ปุ่น แต่เขากลับยกความดีความชอบให้กับเกษตรกรหนุ่มทั้งหลาย โดยเฉพาะหนุ่มตัวตุ่น Hou ที่ร่วมทริปเดินทางไปฝรั่งเศสด้วยกันในปี 2003
 
“เขามีหัวคิดเรื่องเครื่องจักรกลเป็นอย่างสูง กล้าที่จะทดลองวิธีการเพาะปลูกใหม่ๆ และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการบริหารจัดการให้ทันสมัย”



สรุปและเรียบเรียงจาก ปลูกถั่วให้เป็นทอง, Forbes Thailand ฉบับ MARCH 2014 (Taiwanese Edamame Farmers Revive an Export Crop) เรียบเรียงเป็นไทยโดย เสาวรภย์ ปัญญาชีวิน
- See more at: http://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=50#sthash.hxKP4uS5.xGMAirgp.dpuf

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด

ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองฝักสด(Vegetable Soybean)

   ถั่วแระ เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของคนไทยมานานแล้ว โดยได้จากการเก็บเกี่ยวถั่วเหลือง ในระยะที่ฝักไม่แก่และ
ไม่อ่อนเกินไปฝักยังคงมีสีเขียวอยู่ น มาต้มหรือนึ่งทั้งต้นและฝัก โรยเกลือเล็กน้อย รับประทานเป็นอาหารว่าง
ถั่วแระที่นำ มาบริโภคนี้ คือ ถั่วเหลืองเพื่อนำ เมล็ดไปสกัดนํ้ามันหรือทำ อาหารโปรตีน ดังนั้นเมล็ดจึงมีขนาดเล็ก
แข็งกระด้าง รสชาติจืด นอกจากนี้ในท้องตลาดจะมีถั่วแระวางขายเป็นครั้งคราวเฉพาะฤดูที่มีการปลูกถั่วเหลือง
เท่านั้น ไม่มีการปลูกถั่วเหลืองเพื่อผลิตถั่วแระโดยตรง ในทวีปเอเชียประเทศที่มีประวัติการบริโภคถั่วเหลือง
ในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไปมานานคือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระ
เป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่
กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สำ หรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว
และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองฝักสด
(Vegetable Soybean) ของชาวญี่ปุ่นประมาณปีละ 150,000 ตั
น แต่สามารถผลิตภายในประเทศได้เพียง 100,000 – 110,000 ตัน จึงต้องนำ เข้าจากต่างประเทศ
 

ผลิตภัณฑ์ (ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองผักสด)

     เนื่องจากถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองผักสดนั่นสิ่งที่ส่งออกคือเมล็ดถั่วสด สำหรับนำไปบริโภคและแปรรูปเป็นอาหารต่อไป 

        
                ต้นถั่วแระ                                            เมล็ดถั่วแระ
 

ผลิตภัณฑ์(ถั่วแระญี่ปุ่นหรือถั่วเหลืองผักสด)
 ถั่วแระญี่ปุ่นสด



 
 
ซึ่งปัจจุบัน (ปี 2537) ไต้หวันและจีนเป็นประเทศส่งถั่วแระญี่ปุ่นในรูปฝักสดแข็งไปจำ หน่ายยังประเทศญี่ปุ่น
ปีละ 40,000 ตัน ถั่วแระญี่ปุ่นจึงจัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นพืชที่สามารถส่งออกไป
จำ หน่ายยังต่างประเทศในรูปฝักสดแช่แข็งได้แล้วยังเป็นพืชโปรตีนสูง (ถั่วแระญี่ปุ่นมีโปรตีน 12.7% ถั่วฝักยาว
มีโปรตีน 2.4%) รสชาติอร่อย สามารถนำ ไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เหมาะแก่คนทุกเพศทุกวัย 
โดยเฉพาะผู้นิยมบริโภคอาหารมังสวิรัติ จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกและบริโภคในประเทศอย่างแพร่
หลายมากขึ้นอย่างไรก็ดีการปลูกถั่วเหลืองฝักสดหรือถั่วแระญี่ปุ่น มีความแตกต่างจากการปลูกถั่วเหลืองไร่
อย่างมาก การปฏิบัติดูแลรักษาควรได้รับการเอาใจใส่อย่างประณีตเช่นเดียวกับการปลูกพืชผัก ซึ่งต้องการนํ้า
และดินอุดมสมบูรณ์ การลงทุนด้านปุ๋ย สารเคมี และแรงงานในการเก็บเกี่ยวเด็ดฝักค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพื่อให้
ได้ผลผลิตคุณภาพสูง การเก็บเกี่ยวเด็ดฝักค่อนข้างมาก ทั้งนี้เพื่อให้ได้ผลผลิตคุณภาพสูง ตลอดจนต้อง
เก็บเกี่ยวในช่วงที่เหมาะสม การคัดเลือกฝักตามมาตรฐาน การบรรจุหีบห่อ การขนส่งอย่างรวดเร็วสู่ตลาด
หรือใรงงาน ซึ่งต้องการประสานกันระหว่างผู้ปลูกพ่อค้า โรงงานแช่แข็ง และผู้ส่งออกอย่างดี จึงจะทำ
ห้ธุรกิจเกษตรของพืชชนิดนี้ประสบผลสำเร็จได้ 




 

ถั่วเหลืองฝักสด


ถั่วเหลืองพันธุ์ใหม่ ฝักสดกลิ่นหอม

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2555
'ถั่วเหลือง'พันธุ์ใหม่ฝักสดกลิ่นหอม

'ถั่วเหลือง'พันธุ์ใหม่ฝักสดกลิ่นหอม

ถั่วเหลืองฝักสดกลิ่นหอม พันธุ์ใหม่ 'เชียงใหม่ 84-2'

          หลังจากที่ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ได้ทุ่มเวลากว่า 10 ปี ในปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดหรือถั่วแระญี่ปุ่นจากสายพันธุ์เดิมที่นำเข้าจากต่างประเทศมีปัญหาทั้งเมล็ดพันธุ์มีราคาแพง และคุณภาพมาตรฐานต่ำ ล่าสุดประสบผลสำเร็จจนได้สายพันธุ์ลูกผสมใหม่ "เชียงใหม่ 84-2" มีคุณสมบัติพิเศษ ให้ผลผลิตฝักสดได้มาตรฐาน และให้ผลเฉลี่ยสูงถึงไร่ 853 กก. จากเดิมที่เคยได้เพียงไร่ละ 512 กก.เท่านั้น
 
          นายไพโรจน์ สุวรรณจินดา รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร บอกว่า จากการที่ทีมนักวิจัยศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ได้เริ่มปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดหรือถั่วแระญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2544 จากสายพันธุ์เดิม เอ็มเจ 0108-11-5(MJ0108-11-5) ที่เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างถั่วเหลืองฝักสดกลิ่นหอมพันธุ์ชา-เนม (Cha-Mame) กับพันธุ์ 2808 แล้วนำไปปลูกเพื่อคัดเลือกลูกผสมชั่วงที่ 1-6 ที่ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ จากนั้นได้ประเมินผลผลิตตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์โดยเปรียบเทียบเบื้องต้น 3 แปลง เปรียบเทียบมาตรฐานจำนวน 11 แปลง เปรียบเทียบพันธุ์ในไร่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ 8 แปลง ชัยนาท 2 แปลง พิษณุโลก 2 แปลง ลพบุรี 2 แปลง และเพชรบูรณ์ 3 แปลง ทั้งยังได้ประเมินคุณสมบัติเฉพาะของสายพันธุ์ ได้แก่ การตอบสนองต่อปุ๋ย ความเสียหายเนื่องจากโรคและแมลง และระยะที่เหมาะสมเพื่อให้คุณภาพผลผลิตดี ก่อนพิจารณาประกาศเป็นพันธุ์รับรองและเผยแพร่สู่เกษตรกรในนามพันธุ์ใหม่ลูกผสม “พันธุ์เชียงใหม่ 84-2” (Chiang Mai 84-2) และได้ประกาศเป็นพันธุ์พืชรับรองของกรมวิชาการเกษตรแล้ว
          ถั่วเหลืองฝักสดพันธุ์เชียงใหม่ 84-2 มีลักษณะประจำพันธุ์ คือ โคนต้นอ่อนสีม่วง เจริญเติบโตแบบไม่ทอดยอด ใบสีเขียว กลีบดอกสีม่วง ฝักแก่สีเทา เปลือกหุ้มเมล็ดสีเหลือง รูปร่างเมล็ดค่อนข้างกลม อายุถึงออกดอก 35 วันหลังจากงอก อายุเก็บเกี่ยวฝักสด 69 วันหลังจากงอก ต้นสูง 35.2 ซม. มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 5.3% และเปอร์เซ็นต์โปรตีน 11.3% ถั่วเหลืองฝักสดพันธุ์นี้มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตฝักสดมาตรฐาน(ฝักยาว 4.5 ซม. กว้าง 1.5 ซม. และหนา 0.8 ซม.เฉลี่ยสูงถึง 853 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์เการิ (Kaor) ที่ให้ผลผลิต512 กก./ไร่ คิดเป็น 67.3%
          นอกจากนั้นฝักสดต้มสุกยังให้เมล็ดมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ใกล้เคียงกับพันธุ์เการิ ซึ่งเป็นพันธุ์การค้าที่ปลูกในประเทศไทยปัจจุบัน ทั้งยังมีความสามารถในการปรับตัวได้กว้าง ทั้งนี้ สามารถปลูกให้ผลผลิตฝักสดมาตรฐานสูงในเขตภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดที่เหมาะสำหรับปลูกเพื่อเป็นการค้า และเป็นพืชทางเลือกใหม่ในการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ 
          “ที่เราได้มาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดจนได้พันธุ์เชียงใหม่ 84-2 ในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาการผลิตถั่วเหลืองฝักสดของไทยมักมีปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์มีราคาแพง การกระจายของเมล็ดพันธุ์ค่อนข้างจำกัด เพราะนำเข้าโดยบริษัทเอกชน และคุณภาพผลผลิตฝักสดมีมาตรฐานต่ำ กรมวิชาการเกษตรจึงเร่งปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดพันธุ์ใหม่ เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่เกษตรกรในการใช้พันธุ์พืชพันธุ์ดีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มรายได้ ขณะนี้กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่เร่งขยายพันธุ์และเพิ่มกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองฝักสดเชียงใหม่ 84-2 มากขึ้น และมีแผนเร่งขยายเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์ เตรียมพร้อมรองรับความต้องการของเกษตรกรที่จะใช้ในการผลิตถั่วเหลืองฝักสดป้อนตลาดในอนาคต” รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว
          สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเกี่ยวกับถั่วเหลืองฝักสดกลิ่นหอมพันธุ์ใหม่ “เชียงใหม่ 84-2” สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร โทร.0-5349-8537 หรือ 0-5349-8863 ในวันและเวลาราชการ...
 
 
 
คนอ่าน 5,713 คน