อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurants/216995tB-kabocha-sushi-the-bright-rama-2/photos/29ab6e0cf3034feb90096bb232b4f8a6?ref=ct
อ่านต่อได้ที่ https://www.wongnai.com/restaurants/216995tB-kabocha-sushi-the-bright-rama-2/photos/29ab6e0cf3034feb90096bb232b4f8a6?ref=ctวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559
ดิพถั่วแระญี่ปุ่น
เมื่อวานนี้ได้ทำการเปลี่ยนหัวบล็อคและแบคกราวด์ใหม่ และได้ทำอาหารมาเรียกน้ำย่อยกันถึง 2 อย่าง
ดูได้จาก >> ที่นี่ <<
และ 1 ในอาหาร 2 อย่างนั้นก็คือ ดิพถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งใช้จิ้มได้ทั้งผัก ผลไม้ ซีฟู้ด ข้าวเกรียบ แครกเกอร์ หรือแม้กระทั่งใช้ทาขนมปังก็ยังได้
ก็อย่างทีึ่บอกไว้ในเอนทรี่ที่แล้วนะคับว่าจะนำวิธีการทำมาลง เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการทิ้งช่วงนานเกินไป เลยขอแทรกคิวอื่นๆ ที่เตรียมไว้ โดยเอาอันนี้มาให้ชมกันก่อนนะคับ
**สูตรนี้ได้มาจากหนังสือ Health & Cuisine ฉบับเก่ามากแล้วคับ ในสูตรเค้าใช้ถั่วลันเตาหวาน แต่ผมดัดแปลงมาใช้เป็นถั่วแระญี่ปุ่นแทนคับผม **
ส่วนประกอบ:
- ถั่วแรกญี่ปุ่น 2 ขีด (ทั้งเปลือก)
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- เกลือป่นนิดหน่อย
- พริกไทยดำป่นนิดหน่อย
- น้ำผึ้งนิดหน่อย
- น้ำมะนาวนิดหน่อย ..... จะนิดหน่อยอีกนานมั้ย ???
รูปส่วนประกอบอีกที .. แต่รูปนี้แกะเปลือกถั่วแล้ว
เริ่มลงมือแล้วนะคับ
ถั่วแระญี่ปุ่นแกะเปลือกนอกออก แล้วลอกเปลือกบางๆ ที่หุ้มเมล็ดถั่วออกด้วย .. สรุป เอาแต่เนื้อถั่ว
ใส่โถ เตรียมปั่น
เริ่มปั่นๆๆ พอหยาบๆ ก่อนนะคับ
จากนั้นใส่โยเกิร์ต
ปั่นต่อไป จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณนี้
เติมเกลือ พริกไทยป่น น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละนิดหน่อย แล้วปั่นต่อให้เข้ากัน
เสร็จแล้วคับ ง่ายแค่นี้เอง
(รูปนี้ลงทุนเอาไปตั้งที่ขอบระเบียง เสี่ยงต่อการตกไปโดนรถชาวบ้านมากๆ
ไม่รู้เหมือนกันทำเพื่ออะไร ยิ่งซุ่มซ่ามทำนู่นนี่ตกอยู่เรื่อย
)
และสิ่งที่เราจะนำมาดิพในวันนี้ มีดังต่อไปนี้
วนตามเข็มนาฬิกาเข้าหาตรงกลาง .. ข้าวโพดอ่อนลวก, เบบี้แครอท, เซลเลอรี่, แครอท และกุ้งลวก
จริงๆ มีแอปเปิ้ลเขียวด้วย แต่คิดได้ทีหลัง เลยไม่ได้รวมอยู่ในเซ็ต (ถ่ายรูปไปแล้ว)
จัดจานกันหน่อย เพื่อความสวยงาม
อีกมุมนึง .. รูปนี้รู้สึกจะซ้ำกับเอนทรี่ที่แล้ว
ลักษณะมันจะข้นๆ หน่อย รสชาติมันก็เปรี้ยวๆ น่ะคับ มีความมันของถั่วอยู่ด้วย แต่อาจจะเหม็นเขียวนิดหน่อย ก็กลิ่นถั่วแหละคับ
** ทำเสร็จแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟนะคับ จะอร่อยมากขึ้น **
วันนี้ไม่มี ปล.
ดูได้จาก >> ที่นี่ <<
และ 1 ในอาหาร 2 อย่างนั้นก็คือ ดิพถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งใช้จิ้มได้ทั้งผัก ผลไม้ ซีฟู้ด ข้าวเกรียบ แครกเกอร์ หรือแม้กระทั่งใช้ทาขนมปังก็ยังได้
ก็อย่างทีึ่บอกไว้ในเอนทรี่ที่แล้วนะคับว่าจะนำวิธีการทำมาลง เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการทิ้งช่วงนานเกินไป เลยขอแทรกคิวอื่นๆ ที่เตรียมไว้ โดยเอาอันนี้มาให้ชมกันก่อนนะคับ
**สูตรนี้ได้มาจากหนังสือ Health & Cuisine ฉบับเก่ามากแล้วคับ ในสูตรเค้าใช้ถั่วลันเตาหวาน แต่ผมดัดแปลงมาใช้เป็นถั่วแระญี่ปุ่นแทนคับผม **
ส่วนประกอบ:
- ถั่วแรกญี่ปุ่น 2 ขีด (ทั้งเปลือก)
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- เกลือป่นนิดหน่อย
- พริกไทยดำป่นนิดหน่อย
- น้ำผึ้งนิดหน่อย
- น้ำมะนาวนิดหน่อย ..... จะนิดหน่อยอีกนานมั้ย ???
รูปส่วนประกอบอีกที .. แต่รูปนี้แกะเปลือกถั่วแล้ว
เริ่มลงมือแล้วนะคับ
ถั่วแระญี่ปุ่นแกะเปลือกนอกออก แล้วลอกเปลือกบางๆ ที่หุ้มเมล็ดถั่วออกด้วย .. สรุป เอาแต่เนื้อถั่ว
ใส่โถ เตรียมปั่น
เริ่มปั่นๆๆ พอหยาบๆ ก่อนนะคับ
จากนั้นใส่โยเกิร์ต
ปั่นต่อไป จนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน ประมาณนี้
เติมเกลือ พริกไทยป่น น้ำมะนาว และน้ำผึ้ง อย่างละนิดหน่อย แล้วปั่นต่อให้เข้ากัน
เสร็จแล้วคับ ง่ายแค่นี้เอง
(รูปนี้ลงทุนเอาไปตั้งที่ขอบระเบียง เสี่ยงต่อการตกไปโดนรถชาวบ้านมากๆ
และสิ่งที่เราจะนำมาดิพในวันนี้ มีดังต่อไปนี้
วนตามเข็มนาฬิกาเข้าหาตรงกลาง .. ข้าวโพดอ่อนลวก, เบบี้แครอท, เซลเลอรี่, แครอท และกุ้งลวก
จริงๆ มีแอปเปิ้ลเขียวด้วย แต่คิดได้ทีหลัง เลยไม่ได้รวมอยู่ในเซ็ต (ถ่ายรูปไปแล้ว)
จัดจานกันหน่อย เพื่อความสวยงาม
อีกมุมนึง .. รูปนี้รู้สึกจะซ้ำกับเอนทรี่ที่แล้ว
ลักษณะมันจะข้นๆ หน่อย รสชาติมันก็เปรี้ยวๆ น่ะคับ มีความมันของถั่วอยู่ด้วย แต่อาจจะเหม็นเขียวนิดหน่อย ก็กลิ่นถั่วแหละคับ
** ทำเสร็จแล้วแช่เย็นก่อนเสิร์ฟนะคับ จะอร่อยมากขึ้น **
วันนี้ไม่มี ปล.
วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
สารไอโซฟลาโวน ชะลอความแก่มีมากในถั่วเหลือง
บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน
ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองสำหรับสตรีวัยทอง (menopause)
รองศาสตราจารย์ วิมล ศรีศุข
ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
อ่านแล้ว 28,284 ครั้ง
ตั้งแต่วันที่ 02/02/2553
อ่านล่าสุด 3 ช.ม.ที่แล้ว
Scan เพื่ออ่านบนมือถือของคุณ
สำหรับสตรีวัยทอง คือ ผู้หญิงในช่วงหมดประจำเดือน มักจะสืบเสาะค้นหาผลิตภัณฑ์อาหารที่จะช่วยเสริมสุขภาพในช่วงอายุนี้ อาการที่น่ารำคาญที่สุด คือ อาการร้อนวูบวาบ ผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลืองเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจ ถั่วเหลืองเป็นพืชที่มีประโยชน์เป็นที่ยอมรับกันมานานหลายพันปีในสมัยก่อนยุคคริสตกาล เป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนและญี่ปุ่น ประชากรที่รับประทานถั่วเหลืองในปริมาณสูงมักจะพบโรคหัวใจและหลอดเลือด, มะเร็งเต้านม, ภาวะกระดูกพรุน น้อยกว่าประชากรที่รับประทานถั่วเหลืองในปริมาณต่ำ นอกจากนี้ยังพบว่าการรับประทานโปรตีนจากถั่วเหลืองยังมีผลลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย ถั่วเหลืองประกอบด้วยกลุ่มสารประกอบสำคัญที่เรียกว่า ไอโซฟลาโวน (Isoflavones) จัดเป็น ฮอร์โมนเอสโตรเจนจากพืช (Phytoestrogen) ซึ่งชนิดหลักๆ คือ ไดอาไซน์(Daizein), เจนิสสไตน์(Genistein), ไกลซิไตน์(Glycitein)
ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองชนิดต่างๆมีปริมาณไอโซฟลาโวนแตกต่างกันอย่างไร
วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลืองที่เป็นรูปแบบของแข็งมักจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว ตัวอย่างเช่น แป้งถั่วเหลืองจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่าน้ำถั่วเหลือง ปริมาณไอโซฟลาโวนในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆจากถั่วเหลืองดังแสดงในตาราง ปริมาณไอโซฟลาโวนที่แนะนำ คือ 50-100 มิลลิกรัม/วัน หากคิดแบบคร่าวๆ เทียบเท่ากับ น้ำถั่วเหลืองประมาณวันละ 2 –4 แก้ว หรือเต้าหู้ในขนาดที่กำหนดประมาณวันละ 2 –4 ก้อน
ตาราง แสดงปริมาณถั่วเหลืองในผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดจากถั่วเหลือง
ผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองชนิดต่างๆมีปริมาณไอโซฟลาโวนแตกต่างกันอย่างไร
วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ผลิตภัณฑ์อาหารจากถั่วเหลืองที่เป็นรูปแบบของแข็งมักจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว ตัวอย่างเช่น แป้งถั่วเหลืองจะมีปริมาณไอโซฟลาโวนสูงกว่าน้ำถั่วเหลือง ปริมาณไอโซฟลาโวนในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆจากถั่วเหลืองดังแสดงในตาราง ปริมาณไอโซฟลาโวนที่แนะนำ คือ 50-100 มิลลิกรัม/วัน หากคิดแบบคร่าวๆ เทียบเท่ากับ น้ำถั่วเหลืองประมาณวันละ 2 –4 แก้ว หรือเต้าหู้ในขนาดที่กำหนดประมาณวันละ 2 –4 ก้อน
ตาราง แสดงปริมาณถั่วเหลืองในผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดจากถั่วเหลือง
ผลิตภัณฑ์อาหาร
|
ค่าเฉลี่ยปริมาณ
ไอโซฟลาโวน (มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัมอาหาร)
|
| ซอสปรุงรส (ซอสถั่วเหลืองที่ทำจากการย่อยสลายโปรตีนพืช) |
0.10
|
| ซีอิ๊วญี่ปุ่น (ซอสที่ทำจากถั่วเหลืองและข้าวสาลี) |
1.64
|
| น้ำถั่วเหลือง (Soy milk, fluid) |
9.65
|
| เต้าหู้ เนื้อแน่น (Tofu, firm, prepared with calcium sulfate and nigari) |
24.74
|
| เต้าหู้ เนื้ออ่อน (Tofu, soft, silken) |
29.24
|
| มิโซ (เต้าเจี้ยวญี่ปุ่นบด ใช้ใส่ในซุปญี่ปุ่น) (Miso) |
42.55
|
| ใยอาหารจากถั่วเหลือง (Soy fiber) |
44.43
|
| ถั่วเหลืองแก่จัด ต้มสุก ไม่ใส่เกลือ |
54.66
|
| โปรตีนถั่วเหลืองเข้มข้น (Soy protein isolate) |
97.43
|
| ถั่วเหลืองสีเขียว แก่จัด ดิบ |
151.17
|
| แป้งถั่วเหลือง (Soy flour, full fat, raw) |
171.89
|
| ฟองเต้าหู้ดิบ (Soy milk skin or film, raw) |
193.88
|
เปิดอ่านด้วย Google Doc Viewerดาวน์โหลดบทความ (pdf)ดูบทความอื่นๆ
บทความที่เนื้อหาเกี่ยวข้องกับบทความนี้
- ว่านชักมดลูก อ่านแล้ว 137,028 ครั้ง
ใช้รถเก็บเกี่ยวถั่วแระญี่ปุ่น
ปลูกถั่วให้เป็นทอง หนุ่มชาวไร่ไต้หวันฟื้นส่งออกถั่วแระญี่ปุ่น
หนุ่มชาวไร่วัย 38 ปี Hou Chau-Pai ทำงานราวกับตัวตุ่น เขาใช้มือขุดดินเพื่อตรวจให้แน่ใจว่า เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นที่ใช้เครื่องจักรฝังลงดิน จะมีระยะลึกกำลัง ไม่ลึกเกินไปจนต้นถั่วอ่อนแทงยอดไม่ได้ ไม่ตื่นไปจนโดนแดดเผาจนแห้งตาย ในทุกวันนี้ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) กลายเป็นพืชผลทำเงินชนิดล่าสุดของเกาะไต้หวัน จนได้รับฉายา “ทองคำสีเขียว”
Hou เอาใจใส่ดูแต่จนทำให้ผลผลิตของเขามีราคาสูงกว่าตลาดร้อยละ 10-20 บนพื้นที่เพาะปลูกของเขาทางตอนใต้ของเกาะราว 1,560 ไร่ แถมยังรับซื้อผลผลิตจากชาวไร่รายอื่นๆ ในระบบเกษตรพันธะสัญญาด้วย หลังจากสืบทอดกิจการพ่อค้าสินค้าเกษตรคนกลางจากบิดาที่ล่วงลับ เขาต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนตัดสินใจลงมือเพาะปลูกเสียเอง แต่ก็หนีไม่พ้นปัญหามากมายจนเก็บจะโบกมือลา แต่กลับเกิดกำลังใจอีกครั้งหลังจากเดินทางไปฝรั่งเศสในปี 2003 จนได้รู้จักกับเกษตรกรรมแม่นยำสูง (precision farming) โดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย
ตระกูลของเขาจึงอยู่แถวหน้าของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความได้เปรียบของต้นทุนต่อหน่วยบนเนื้อ 15,625 ไร่ ที่เป็นเขตส่งออกพิเศษสำหรับถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งให้ผลผลิตถึงร้อยละ 70 ของทั้งเกาะไต้หวัน และเมื่อนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า จะสามารถทำรายได้จากการส่งออกถึง 72 ล้านเหรียญ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ไต้หวันกลับมาเป็นแชมป์ส่งออกถั่วแระไปญี่ปุ่นอีกครั้ง มีส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 40 หลังจากถูกจีนแซงหน้าไปเป็นสิบปีในช่วง 1996-2006 โดยเฉพาะช่วงปี 2001 นั้น เป็นปีที่เลวร้ายที่สุด
Hou เอาใจใส่ดูแต่จนทำให้ผลผลิตของเขามีราคาสูงกว่าตลาดร้อยละ 10-20 บนพื้นที่เพาะปลูกของเขาทางตอนใต้ของเกาะราว 1,560 ไร่ แถมยังรับซื้อผลผลิตจากชาวไร่รายอื่นๆ ในระบบเกษตรพันธะสัญญาด้วย หลังจากสืบทอดกิจการพ่อค้าสินค้าเกษตรคนกลางจากบิดาที่ล่วงลับ เขาต้องเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ จนตัดสินใจลงมือเพาะปลูกเสียเอง แต่ก็หนีไม่พ้นปัญหามากมายจนเก็บจะโบกมือลา แต่กลับเกิดกำลังใจอีกครั้งหลังจากเดินทางไปฝรั่งเศสในปี 2003 จนได้รู้จักกับเกษตรกรรมแม่นยำสูง (precision farming) โดยใช้เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย
ตระกูลของเขาจึงอยู่แถวหน้าของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ทำการเกษตรขนาดใหญ่เพื่อสร้างความได้เปรียบของต้นทุนต่อหน่วยบนเนื้อ 15,625 ไร่ ที่เป็นเขตส่งออกพิเศษสำหรับถั่วแระญี่ปุ่น ซึ่งให้ผลผลิตถึงร้อยละ 70 ของทั้งเกาะไต้หวัน และเมื่อนำไปแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า จะสามารถทำรายได้จากการส่งออกถึง 72 ล้านเหรียญ ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ไต้หวันกลับมาเป็นแชมป์ส่งออกถั่วแระไปญี่ปุ่นอีกครั้ง มีส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ 40 หลังจากถูกจีนแซงหน้าไปเป็นสิบปีในช่วง 1996-2006 โดยเฉพาะช่วงปี 2001 นั้น เป็นปีที่เลวร้ายที่สุด
Chou Kuo-Lung นักพืชศาสตร์ประจำสถานีวิจัยเกษตร Kaoshi-ung District กล่าวว่า ในตอนนั้นมีคนบอกว่าอุตสาหกรรมผลิตถั่วแระญี่ปุ่นของไต้หวัน คงจะอยู่ได้แค่ไม่เกินห้าปี แต่เขาไม่ยอมเชื่อเช่นนั้น และได้พาผู้นำเกษตรกรเดินทางข้ามไปดูงานเพาะปลูกชายฝั่งของประเทศจีน จนทำให้ได้แนวคิดในการฟื้นคืนชีพการผลิตถั่วแระ ทั้งการปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่ ใช้เครื่องจักร ควบคุมยากำจัดศัตรูพืชอย่างเข้มงวด พร้อมกับพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ
ด้วยแนวทางใหม่ที่คิดค้นขึ้น และด้วยกำลังสนับสนุนจากเกษตรกรรุ่นหนุ่ม 17 คน ซึ่งในวันนี้ทุกคนยังอายุต่ำกว่า 45 ปี ทำให้การเพาะปลูกและแปรรูปถั่วแระญี่ปุ่นของไต้หวันกลับมาคึกคักอีกครั้ง จน Chou ได้รับสมญาว่าเจ้าพ่อถั่วแระญี่ปุ่น แต่เขากลับยกความดีความชอบให้กับเกษตรกรหนุ่มทั้งหลาย โดยเฉพาะหนุ่มตัวตุ่น Hou ที่ร่วมทริปเดินทางไปฝรั่งเศสด้วยกันในปี 2003
“เขามีหัวคิดเรื่องเครื่องจักรกลเป็นอย่างสูง กล้าที่จะทดลองวิธีการเพาะปลูกใหม่ๆ และมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการบริหารจัดการให้ทันสมัย”
สรุปและเรียบเรียงจาก ปลูกถั่วให้เป็นทอง, Forbes Thailand ฉบับ MARCH 2014 (Taiwanese Edamame Farmers Revive an Export Crop) เรียบเรียงเป็นไทยโดย เสาวรภย์ ปัญญาชีวิน
สรุปและเรียบเรียงจาก ปลูกถั่วให้เป็นทอง, Forbes Thailand ฉบับ MARCH 2014 (Taiwanese Edamame Farmers Revive an Export Crop) เรียบเรียงเป็นไทยโดย เสาวรภย์ ปัญญาชีวิน
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
